| อาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนที่ลำปาง |
อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนที่แจ้ซ้อน
หากว่าเราได้เดินทางสู่ดินแดนล้านนาอันอุดมด้วยป่าเขาดอยสูงมากมาย เป็นดินแดนที่ที่ทุกคนปรารถนาไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นแล้ว ก็มีเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน ลำปาง เป็นต้น
เมืองลำปาง มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ทุกคนอยากไปสัมผัส คือ “น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน” อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง และยังประกอบด้วยธรรมชาติป่าเขา สายน้ำตกอื่นๆ อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ด้วย จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของจังหวัดลำปาง
ใครที่ชอบอาบน้ำร้อน นอนแช่น้ำแร่ ก็ไม่ผิดหวัง เพราะที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน นั้นประกอบด้วยธรรมชาติที่ทำให้ทุกคนมีความสุข ผ่อนคลายความตึงเครียด มีลมหายใจธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกแจ้ซ้อนที่สวยงาม บ่อน้ำร้อนที่สวยงามในยามเช้า และเราก็จะพบความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 73 องศาเซลเซียส
การเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จะเป็นเส้นทางที่สะดวกสบาย เป็นทางราดยางที่รถทุกชนิดเข้าไปถึง ปัญหาอุปสรรคการเดินทางก็ไม่มีอะไรมากนัก
จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน คือ น้ำพุร้อน เป็นน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ประกอบด้วยบ่อเล็กบ่อน้อยถึง 9 บ่อ อยู่ในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ มีอุณหภูมิ โดยเฉลี่ยประมาณ 73 องศาเซียลเซียส
ทางอุทยานฯ ได้จัดห้องอาบน้ำแร่ไว้ในมุมที่เป็นธรรมชาติ มีความกลมกลืนกับพื้นที่ มีทั้งห้องแช่ส่วนตัว กับห้องตักอาบ โดยเฉพาะห้องแช่ส่วนตัวนั้นมีการออกแบบได้มาตรฐานของห้องอาบน้ำแร่ทั่วไป มีท่อน้ำเย็นสำหรับนำมาผสมกับน้ำร้อน เพื่อให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมยกเว้นว่าเราจะเลือกเส้นทางวิ่งจากแจ้ซ้อนไปออกเชียงใหม่ที่ต้องใช้เส้นทางลูกรังขึ้นเขาจะข้ามดอยที่สูงชัน จนไปออกถนนสายดอยสะเก็ด-แม่ขะจาน เส้นทางสายนี้เหมาะสำหรับรถปิ๊กอัพหรือรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เราสามารถลัดไปเชียงใหม่ได้ใกล้กว่ากัน
ทางอุทยานฯ ได้จัดห้องอาบน้ำแร่ไว้ในมุมที่เป็นธรรมชาติ มีความกลมกลืนกับพื้นที่ มีทั้งห้องแช่ส่วนตัว กับห้องตักอาบ โดยเฉพาะห้องแช่ส่วนตัวนั้นมีการออกแบบได้มาตรฐานของห้องอาบน้ำแร่ทั่วไป มีท่อน้ำเย็นสำหรับนำมาผสมกับน้ำร้อน เพื่อให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสม
มีข้อระเบียบข้อระวังการอาบน้ำแร่ด้วย เพราะการอาบหรือแช่นานเกินไปก็มีผลต่อสุขภาพด้วย อาจเป็นลมหน้ามืดได้ และในบริเวณใกล้เคียงก็มีน้ำตกแจ้ซ้อน ซึ่งมีอยู่ 6 ชั้น มีน้ำตลอดปี และไหลมารวมกับสายน้ำร้อนจากบ่อน้ำร้อน ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วไป
จากน้ำร้อนมาเป็นน้ำเย็นที่เราสามารถสัมผัสธรรมชาติได้ 2 รูปแบบในครั้งเดียวกัน โดยเฉพาะเส้นทางน้ำตกเราสามารถท่องเที่ยวไปได้ครบทุกชั้น จะมีเส้นทางให้เดินเลียบขึ้นตามชั้นหน้าผาธรรมชาติของน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนแห่งนี้ มีศักยภาพเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ ยิ่งช่วงหน้าหนาวก็จะเป็นบรรยากาศที่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง
ในช่วงยามเช้าบริเวณบ่อน้ำร้อนจะมีบรรยากาศที่งดงาม ประกอบไปด้วยไอหมอกที่ลอยกรุ่นอยู่เหนือบ่อน้ำร้อน จึงช่วยให้บรรยากาศที่บ่อน้ำพุร้อนเกิดเป็นภาพความงดงามที่ตระการตา นอกจากสถานที่เหล่านี้แล้วก็ยังมีน้ำตกแม่มอน น้ำตกแม่ขุน ซึ่งเป็นน้ำตกที่ยังคงเป็นธรรมชาติและมีสายน้ำไหลตลอดปีอยู่ท่ามกลางผืนป่าแห่งนี้
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกจัดวางระบบไว้เป็นอย่างดี มีบ้านพัก มีลานตั้งแค้มป์ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีร้านอาหาร มีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้หลายอย่าง จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ทีเดียวข้อมูลการเดินทาง จากตัวเมืองลำปางไปประมาณ 75 กม. โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1035 ลำปาง-แจ้ห่ม เป็นระยะทาง 58 กม. จากนั้นต่อด้วยเส้นทาง ร.พ.ช. อีก 17 กม. ก็ถึงที่ทำการอุทยานฯ
|
พาไปเมืองลำปางหลายครั้งหลายครา..แต่หมูหินก็ยังไม่เคยมีโอกาสพาเพื่อนๆ ไปกราบไหว้ หลักเมืองลำปางกันเลยนะคะ… ทริปนี้ หมูหินก็เลยจะอาสาพาไปไหว้ หลักเมืองลำปาง ซึ่งถึงเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองรถม้า จังหวัดลำปาง เสาหลักคู่บ้านคู่เมือง ที่ “ศาลหลักเมืองลำปาง” อยู่ในบริเวณ ศาลากลางเมืองจังหวัดลำปางนี่เองค่ะ
จังหวัดลำปาง เป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญของอาณาจักรล้านนา จึงต้องมีเสาหลักเมืองเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างเมือง เมื่อปี พ.ศ. 2440 สร้างศาลากลางจังหวัดขึ้น ได้นำหลักเมืองมาไว้ที่บริเวณหน้าศาลากลาง และได้มีการสร้างมณฑปครอบหลักเมืองทั้งสามในปี พ.ศ. 2511 ซึ่งในปัจจุบันศาลหลักเมืองเป็นที่เก็บเสาหลักเมืองโบราณจากที่ต่างๆไว้ และยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดลำปาง
จังหวัดลำปาง เป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญของอาณาจักรล้านนา จึงต้องมีเสาหลักเมืองเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างเมือง เมื่อปี พ.ศ. 2440 สร้างศาลากลางจังหวัดขึ้น ได้นำหลักเมืองมาไว้ที่บริเวณหน้าศาลากลาง และได้มีการสร้างมณฑปครอบหลักเมืองทั้งสามในปี พ.ศ. 2511 ซึ่งในปัจจุบันศาลหลักเมืองเป็นที่เก็บเสาหลักเมืองโบราณจากที่ต่างๆไว้ และยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดลำปาง
เสาหลักที่ 1 นำมาจากวัดปงสนุก สร้างขึ้นประมาณ ปี พ.ศ. 2400 ใน สมัยเจ้าวรญาณรังษี
เสาหลักที่ 2 สร้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2416 สมัยพระเจ้าพรหมภิพงษ์ธาดา
เสาหลักที่ 3 นำมาจากบริเวณตลาดราชวงศ์ ข้างคุ้มราชวงศ์เก่า (ในอดีตบริเวณนี้เป็นท่าน้ำ) สร้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2429 สมัย เจ้านรนันท์ไชยชวลิต
ในบริเวณ ใกล้เคียงกันยังมี พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว ประดิษฐานอยู่ในอาคารทรงไทยจัตุรมุข ใกล้กับศาลหลักเมือง ซึ่งในหลวงทรงเททองหล่อด้วยพระองค์เอง ในปี พ.ศ. 2509 หลังจากผ่านการปลุกเสกเบิกพระเนตรแล้ว จึงพระราชทานไปประดิษฐานยังทิศทั้งสี่ของประเทศไทย
เพื่อน ๆที่ผ่านไป ผ่านมาก็สามารถเข้ามาสักการะศาลหลักเมืองลำปาง และหลวงพ่อดำ ที่ศาลากลางเมืองลำปางได้ทุกวัน เปิดตั้งแต่เวลา 06.00 - 17.00 น. มีโอกาสมาเมืองลำปางทั้งที ก็อย่าลืมนั่งรถม้าชมเมืองนะคะ รับรองว่าจะเป็นทริปที่แสนประทับใจอีกทริปนึงเลยล่ะค่ะ

























อยากไปอาบน้ำแร่บ้างจัง มะไหร่จาได้ไปน๊า อิๆ
ตอบลบผกาพรรณ 623
ลำปาง น่าเที่ยวมาก... ไม่ได้ไปนานเลย
ตอบลบ